การวัดค่าของ คลอเลสเตอรอล ….เปลี่ยนไป

การวัดค่าของ คลอเลสเตอรอล ….เปลี่ยนไป

51
 

การวัดค่าของ คลอเลสเตอรอล ….เปลี่ยนไป
อย่างที่เราทราบกันดีว่า คลอเลสเตอรอล ที่มีในร่างกายคนเรานั้น มี 2 ชนิด HDL ซึ่งเป็น คลอเลสเตอรอล ชนิดที่ดีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย กับอีกชนิดหนึ่งคือ LDL ที่เป็นชนิดที่เป็นโทษต่อร่างกาย ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยสงสัยเกี่ยวกับโรคหรืออาการบางอย่างที่คาดว่าอาจมีผลมา จากระดับ คลอเลสเตอรอล ที่สูงเกินก็จะมีการตรวจวัดระดับค่าของมัน โดยเมื่อก่อนนี้เมื่อไหรที่ผู้ป่วยมีระดับ คลอเลสเตอรอล ชนิด LDL ตั้งแต่ 100 mg/dL ขึ้นไปถือว่าอันตรายและจะต้องได้รับยาเพื่อที่จะควบคุมให้มันอยู่ในระดับต่ำ กว่านั้น

แต่เมื่อวันจันทร์ที่ 26 กค. ผ่านมานี้เอง สมาคม โรคหัวใจ แห่งชาติสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเปลี่ยนมาตรฐานการรักษาเกี่ยวกับระดับ คลอเลสเตอรอล ใหม่ โดยให้ถือใหม่ว่าหากผู้ป่วยมีระดับ คลอเลสเตอรอล สูงตั้งแต่ 70 mg/dL ขึ้นไป ที่เคยมีอาการกำเริบของ โรคหัวใจ ถือว่าเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยและสมควรที่จะได้รับยาเพื่อที่จะควบคุมให้มัน อยู่ในระดับที่ต่ำกว่านั้น ซึ่งการประกาศดังกล่าวก็ไม่ได้สร้างความประหลาดใจมากนัก เพราะได้มีการศึกษาก่อนหน้านี้ที่แสดงอย่างชัดเจนว่าการมันจะเป็นสิ่งที่จะ สามารถทำให้รักษาชีวิตผู้ป่วยไว้ได้มากขึ้นหากพยายามที่จะลดระดับ คลอดเลสเตอรอล ให้อยู่ในระดับต่ำๆ หากผู้ป่วยเคยมีอาการกำเริบของ โรคหัวใจ (Heart attack) เกิดขึ้น

ค่ามาตรฐานดังกล่าวได้ถูกรับรองโดย สถาบันหลักที่เกี่ยวข้องคือ สมาคม โรคหัวใจ แห่งชาติสหรัฐอเมริกา วิทยาลัย โรคหัวใจ แห่งชาติสหรัฐอเมริกา และ สถาบันหัวใจปอดและหลอดเลือดแห่งชาติ ให้เป็นค่ามาตรฐานใหม่ในการรักษาโรค

คุณหมอทั้งหลายต่างออกมาให้ความ เห็นสนับสนุนมาตรฐานใหม่ดังกล่าว เช่น คุณหมอ Sidney Smith อดีตประธานสมาคมโรคหัวใจแห่งชาติสหรัฐอเมริกา และศาสตราจาร์ยแห่งมหาวิทยาลัย North Carolina ได้ให้ความเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงค่ามาตรฐานดังกล่าวจะช่วยลดอัตราการเสีย ชีวิตจาก โรคหัวใจ ขาดเลือดได้มากยิ่งขึ้น และผู้ป่วยส่วนใหญ่จะได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้

คุณหมอ Scott Grundy ผู้เป็นหัวหน้าในการร่างมาตรฐานใหม่กล่าวว่าทุกๆ ปีจะมีคนอเมริกัน 1.2 ล้านคนมีอาการ โรคหัวใจ กำเริบ และเมื่อปี 2001 มีการประมาณการว่าคน 36 ล้านคนใช้ยาเพื่อลดระดับ คลอเลสเตอรอล ลง ตัวเลขจำนวนนี้คงจะเพิ่มไปกว่านี้ได้ยาก แต่ด้วยมาตรฐานใหม่นี้จะช่วยทำให้ประชาชนเข้าถึงยาควบคุมระดับ คลอเลสเตอรอล ได้มากขึ้น และได้รับประโยชน์จากมาตรฐานใหม่นี้

มาตรฐานใหม่ที่ว่า คือ คนที่เคยมีประวัติการเกิดอาการหัวใจกำเริบ หรือคนที่มีประวัติเกี่ยว โรคหัวใจ ร่วมกับโรค เบาหวาน หรือคนที่สูบบุหรี่จัดร่วมกับเป็น โรคความดันโลหิตสูง หรือคนที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง ควรที่จะควบคุมระดับ คลอเลสเตอรอล ให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 70 mg/dL

แต่ก็มีคุณหมอบาง ท่านออกมากล่าวว่าผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงมากๆ ส่วนใหญ่ก็ล้วนอยู่มีระดับ คลอเลสเตอรอล สูงกว่า 100 mg/dL ทั้งนั้น บางทีมาตรฐานใหม่อาจจะไมได้ช่วยอะไรมาก

อย่างไรก็ดีผู้ป่วยควรจะพยาบ ยามที่จะควบคุมระดับ คลอเลสเตอรอล ด้วยการปฎิบัติตัวที่ถูกต้องคือ

 ควบคุมอาหารโดยการงดหรือลด อาหารที่มีไขมันหรือ คลอเลสเตอรอล สูง

 พยายามลดน้ำหนักไม่ให้อ้วน (มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการลดน้ำหนักลงมาจะเป็นผลดีต่อทั้งอาการโรค หัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งความดันก็จะลดลงด้วย)

 ออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน รำไทเก็ก เป็นต้น