บริเวอร์ยีสต์ กับโรคเบาหวาน

บริเวอร์ยีสต์ กับโรคเบาหวาน

 

บริเวอร์ยีสต์คืออะไร
บริเวอร์ยีสต์ เป็นเชื้อยีสต์ที่มีชีวิต เป็น By-Product ที่ได้รับจากการผลิตเบียร์ มีรสชาติค่อนข้างรุนแรง บริเวอร์ยีสต์ประกอบไปด้วยธาตุอาหารสมบูรณ์มากมาย มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายถึง 16 ชนิดจากทั้งหมด 20 ชนิด เกลือแร่ 14 ชนิด และวิตามินอีก 17 ชนิด โดยบริเวอร์ยีสต์เป็นแหล่งธรรมชาติที่ดีที่สุดของ Vitamin B-Complex ซึ่งประกอบไปด้วย B1 (thiamine), B2 (riboflavin), B3 (niacin), B5 (pantothenic acid), B6 (pyridoxine), B9 (folic acid) และ H (biotin) นอกจากนี้ยังมีเกลือแร่สูง คือ โครเมียม สังกะสี เหล็ก ฟอสฟอรัส และ เซเลเนียม อีกทั้ง บริเวอร์ยีสต์ ยังเป็นแหล่งที่สำคัญของโปรตีนอีกด้วย โดยประมาณว่าจะมีโปรตีนถึง 16 กรัมต่อปริมาณผงยีสต์ 30 กรัม

บริเวอร์ยีส์กับประโยชน์ต่อร่าง กาย
ใน บริเวอร์ยีสต์ ยังเป็นแหล่งธรรมชาติที่สำคัญของ โครเมียม อีกด้วย ซึ่งสถาบัน U.S. FDA แนะนำขนาดที่ควรรับประทานต่อวันในคนปกติเท่ากับ 120 มิลลิกรัม โดย โครเมียม มีความสามารถในการลดระดับ คลอเรสเตอรอล ในเลือด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกิจกรรมของอินซูลินภายในร่างกายซึ่งจะช่วยในบุคคลที่ สูญเสียน้ำหนักได้เป็นอย่างดี โครเมียม เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายดูดซึมได้ไม่ดี แต่สามารถดูดซึมได้ดีจาก บริเวอร์ยีสต์ นอกจากนี้ โครเมียม ยังมีสรรพคุณเพื่อการรักษาสิวได้ผลดี นอกจากนี้ บริเวอร์ยีสต์ ยังเป็นแหล่งที่ดีของ RNA ที่มีประสิทธิภาพในการชลอความชราได้อีกด้วย

บริเวอร์ยีสต์กับโรคเบาหวาน
จาก การศึกษาหลายๆ ชิ้นพบว่าการให้ผลิตภัณฑ์เสริม โครเมียม จะช่วยบุคคลที่ป่วยเป็นโรค เบาหวาน ได้ โดยผู้ป่วยจะมีลักษณะอาการระดับน้ำตาลในเลือดสูง ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนน้ำตาล แป้ง และสารอาหารอื่นๆ ให้เป็นพลังงานที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันได้อย่างเพียงพอ หรือไม่ก็ร่างกายไม่สามารถใช้อินซูลินที่ร่างกายสร้างได้ ซึ่งการเป็นโรค เบาหวาน จะทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมามากมาย เช่น บาดแผลหายได้ช้า มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ และปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับตา ไต ระบบประสาทและหัวใจ จากการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า โครเมียม ที่มีมากอยู่ใน บริเวอร์ยีสต์ จะสามารถช่วยบำบัดโรค เบาหวาน ได้ โดย โครเมียม จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยควบคุมการทำงานของอินซูลินให้เหมาะสม ซึ่งไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อคนที่เป็น เบาหวาน เท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อคนที่ชอบกินของหวานด้วย โดยร่างกายสามารถจะดูดซึมธาตุโครเมียมจาก บริเวอร์ยีสต์ ได้ดีกว่าการดูดซึมจากแหล่งอาหารอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า บริเวอร์ยีสต์ สามารถป้องกันการเป็นโรค เบาหวาน ของกลุ่มคนที่บุคคลภายในครอบครัวมีประวัติเป็นโรค เบาหวาน มาก่อนได้อีกด้วย มีการศึกษาชิ้นหนึ่งของประเทศเดนมารก์พบว่าบุคคลที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ จะมีอาการที่ดีขึ้นหลังจากได้รับประทานบริเวอร์ยีสต์ขนาด 2 ช้อนโต๊ะเป็นประจำทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน

ประโยชน์ในด้านอื่นๆ

บริเวอร์ ยีสต์กับระดับคลอเรสเตอรอลสูง
มีการศึกษาของมหาวิทยาลัย Syracuse ใน New York พบว่า จากการทดลองให้บุคคลได้รับประทานบริเวอร์ยีสต์ขนาด 2 ช้อนโต๊ะเป็นประจำทุกวันเป็นเวลา 2 เดือน ปรากฏว่าบริเวอร์ยีสต์มีผลช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลได้ถึง 10%

บริเวอร์ ยีสต์กับระบบทางเดินอาหาร
- บริเวอร์ยีสต์กับโรคท้องร่วง ในแถบทวีปยุโรปได้ใช้บริเวอร์ยีสต์กันอย่างแพร่หลายเพื่อช่วยป้องกันการเกิด อาการท้องร่วงจากสิ่งมีชีวิตได้ และบริเวอร์ยีสต์ยังช่วยนักท่องเที่ยวป้องกันโรคท้องร่วงระหว่างการเดินทาง ได้อีกด้วย

- บริเวอร์ยีสต์กับโรคท้องผูก จากการศึกษาพบว่าบริเวอร์ยีสต์มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดอาการท้อง ผูกได้ และมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่มีสุขภาพที่ดี สมบูรณ์

- บริเวอร์ยีสต์กับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

อื่นๆ
- บริเวอร์ ยีสต์ช่วยอาการบาดเจ็บและสมานผิว

- บริเวอร์ยีสต์ช่วยในด้านอาการตึง เครียด

- บริเวอร์ยีสต์ช่วยในด้านสุขภาพการนอนหลับ

รูปแบบและขนาดที่ใช้รับประทาน
รูป แบบของบริเวอร์ยีสต์ที่ใช้เป็นธาตุอาหารเสริมมีทั้งในรูปแบบ เม็ดแคปซูล ก้อนเล็กๆ และผงสกัด โดยเราสามารถเติมบริเวอร์ยีสต์ในอาหารที่รับประทาน เช่น ซุป เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการได้ นอกจากนี้ยังใช้เติมในน้ำส้มเพื่อดื่มกันอย่างแพร่หลายอีกด้วย บริเวอร์ยีสต์ไม่จำเป็นต้องแช่ในที่เย็น และมีอายุการใช้งานที่นาน

ผง บริเวอร์ยีสต์คุณภาพสูงจะบรรจุด้วยโครเมียม 60 mcg ต่อ 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม) โดยแพทย์จะแนะนำให้รับประทาน 1-2 ช้อนโต๊ะต่อวัน (ประมาณ 200 mcg) ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมและปลอดภัย โดยผงบริเวอร์ยีสต์จะมีรสชาติที่รุนแรง ถ้าผลิตภัณฑ์ใดไม่ปรากฏรสชาติดังกล่าวแสดงว่าไม่ใช่บริเวอร์ยีสต์ของจริง ซึ่งจะไม่มีสารโครเมียมบรรจุอยู่

คุณภาพของบริเวอร์ยีสต์นั้นจะขึ้น อยู่กับแต่ละขบวนการผลิต บางบรรจุภัณฑ์เป็นบริเวอร์ยีสต์จากขบวนการคัดเอาแอลกอฮอล์ออก หรือเป็น By-product ภายหลังจากขบวนการทำเบียร์ ซึ่งเป็นบริเวอร์ยีสต์ที่มีคุณภาพทางโภชนาการต่ำ บริเวอร์ยีสต์ที่มีคุณภาพสูงนั้นจะอยู่ในหัวน้ำตาลและต้องเป็นยีสต์ที่ ตั้งใจปลูกไว้เพื่อการใช้เป็นอาหารเสริมโดยเฉพาะ

ข้อควรระวัง

- เนื่องจากบริเวอร์ยีสต์ที่ เป็นธาตุอาหารเสริมอาจจะมีผลต่อกับตัวยาอื่น ดังนั้นการใช้บริเวอร์ยีสต์ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็น การดีที่สุด

- บุคคลที่เป็นโรคกระดูกพรุนควรหลีกเหลี่ยงการใช้ บริเวอร์ยีสต์เนื่องจากบริเวอร์ยีสต์จะมีสารฟอสฟอรัสเป็นปริมาณสูงกว่า แคลเซียม ซึ่งการที่มีสารฟอสฟอรัสเป็นปริมาณที่สูงจะทำให้เกิดการสูญเสียแคลเซียม จากร่างกายได้ ถ้าต้องการใช้ยีสต์เป็นธาตุอาหารเสริม ควรจะต้องมีการบริโภคแคลเซียมเพิ่มเติมเป็นพิเศษด้วย

- บุคคลที่ระบบ ภูมิคุ้มกันเสียหายอย่างรุนแรงควรหลีกเหลี่ยงใช้บริเวอร์ยีสต์ หรือไม่ก็ต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

- บุคคล ที่มีร่างกายแพ้ต่อสัมผัสได้ง่ายเมื่อใช้บริเวอร์ยีสต์แล้วอาจเกิดอาการไม เกรน ปวดหัว บางครั้งอาจมีอาการผื่นคัน อาการบวมน้ำ เป็นหัด ได้

- บุคคล ที่เป็นโรคเก๊าท์ควรหลีกเหลี่ยงการใช้บริเวอร์ยีสต์

- บางครั้งการใช้ บริเวอร์ยีสต์ในครั้งแรกอาจก่อให้เกิดอาการมีแก๊สในลำไส้ ดังนั้นในการใช้บริเอวร์ยีสต์ควรเริ่มใช้แต่เพียงเล็กน้อยก่อน (น้อยกว่า 1 ช้อนโต๊ะต่อวัน) จากนั้นค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่แนะนำ

- ในการ ใช้บริเวอร์ยีสต์ถ้ามีอาการคลี่นเหียน อาเจียน ควรหยุดใช้ในทันทีและควรรีบปรึกษาแพทย์

- บริเวอร์ยีสต์ไม่เป็น อันตรายต่อหญิงมีครรภ์ สามารถใช้ได้ในปริมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะต่อวัน

ปฏิกริยาของบริเวอร์ยีสต์ต่อยา อื่น
ถ้าร่างกายได้มีการใช้ยาประเภท Antidepressants , Monoamin Oxidase Inhibitors (MAOIs) เพื่อการบำบัดโรคอยู่ก่อนแล้ว ไม่ควรใช้บริเวอร์ยีสต์โดยปราศจากการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากบริเวอร์ยีสต์ประกอบด้วย tyramine เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นสารที่ควรหลีกเหลี่ยงในบุคคลที่ใช้ยาประเภท antidepressant หรือ MAOIs ตัวอย่างของยาประเภท MAOIs เช่น phenelzine, tranylcypromin, pargyline, selegiline, isocarboxazid โดยบริเวอร์ยีสต์จะไปทำปฏิกริยากับยาดังกล่าวก่อให้เกิด “สภาวะความดันโลหิตสูง” อย่างรวดเร็ว และจะทำให้ความดันของเลือดเพิ่มอย่างรุนแรงก่อให้เกิดอาการคลี่นเหีนย อาเจียน ปวดหัว และหัวใจเต้นผิดปกติ ซึ่งปฏิกริยาเช่นถึงในที่สุดแล้วอาจก่อให้เกิดโรคหัวใจหรืออาการเป็นลมอย่าง ฉับพลันได้

นอกจากนี้ในกรณีของผู้ป่วยโรคเบาหวาน การใช้บริเวอร์ยีสต์เพื่อการบำบัดควรกระทำภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากบริเวอร์ยีสต์ประกอบด้วยสารโครเมียมเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยาสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน (เช่น อินซูลิน หรือ ยาลดระดับน้ำตาลในเลือดประเภทอื่นๆ) และอาจนำไปสู่ภาวะเลือดมีกลูโคสน้อยกว่าปกติได้ ดังนั้นในการใช้บริเวอร์ยีสต์เป็นธาตุอาหารเสริมควรอยู่ภายใต้การดูแล แนะนำจากแพทย์เท่านั้น